หัวขัด หรือ เครื่องขัด เลือกแบบลมหรือไฟฟ้าดี และใช้ได้กี่อุตสาหกรรม
MKIS — ผู้จัดจำหน่าย Mirka อย่างเป็นทางการในไทย กว่า 30 ปี
หัวขัด กับ เครื่องขัด คือสิ่งเดียวกัน
คนหน้างานเรียกไม่เหมือนกัน แต่หมายถึงเครื่องมือที่ใช้ขัดผิวชิ้นงาน
บางโรงงานเรียกหัวขัด บางที่เรียกเครื่องขัด บางคนเรียกตามยี่ห้อไปเลย ทั้งหมดหมายถึงของชิ้นเดียวกัน คือเครื่องมือที่จับแล้วขัดผิวงาน ส่วนแผ่นทรายที่ติดอยู่หน้าเครื่องเป็นของสิ้นเปลืองที่ต้องเปลี่ยนเรื่อยๆ คนละส่วนกัน
คำถามที่ฝ่ายจัดซื้อถามเราบ่อยที่สุดมีสองข้อ หนึ่ง หัวขัดมีกี่แบบ แบบไหนเหมาะกับงานเรา สอง ควรเลือกแบบใช้ลมหรือใช้ไฟฟ้า บทความนี้ตอบทั้งสองข้อ พร้อมตัวเลขค่าไฟจริงจากหน้างานลูกค้าในไทย
หัวขัดมีกี่แบบ แบบไหนใช้กับงานอะไร
เลือกผิดแบบ ต่อให้ใช้แผ่นทรายดีแค่ไหนงานก็ไม่ออก
เครื่องขัดจานกลมแบบเยื้องศูนย์ (Random Orbital)
ตัวที่ใช้มากที่สุดในโรงงาน เครื่องขัดกลมแบบเยื้องศูนย์ ทำให้ไม่เกิดรอยวนซ้ำที่เดิม ช่วยลดอุณหภูมิของชิ้นงาน เหมาะกับงานขัดแทบทุกงาน เช่นเตรียมผิวก่อนพ่นสี งานคอมโพสิต และงานเก็บผิวทั่วไป ถ้าไม่รู้จะเริ่มจากตัวไหน เริ่มจากตัวนี้
เครื่องขัดจานสี่เหลี่ยมและสามเหลี่ยม (Orbital / Delta)
หน้าจานเป็นเหลี่ยม เข้าซอกและมุมได้ที่จานกลมเข้าไม่ถึง เหมาะกับงานไม้ งานเฟอร์นิเจอร์ และงานเก็บมุมชิ้นงานขึ้นรูป
เครื่องขัดจานกลมแบบโรตารี่ (Rotary)
ลอกเนื้อวัสดุได้เร็วที่สุด เหมาะกับงานลบครีบ ลบรอยเชื่อม และงานที่ต้องเอาเนื้อออกเยอะก่อนไปขั้นตอนละเอียด เครื่องขัดโรตารี่ต้องใช้ความชำนาญในการใช้งาน จุดที่ควรระวังคือความร้อนของผิวงาน
เครื่องขัดเงา (Polisher)
รอบต่ำแรงบิดสูง ใช้คู่กับฟองน้ำและน้ำยาขัดเงา สำหรับงานเก็บเงาขั้นสุดท้าย งานลบรอยขนแมว และงานเก็บผิวสีรถ
เครื่องขัดผนังและเพดาน
เครื่องประเภทนี้ส่วนมากจะมีก้านยาว เพื่อใช้ขัดผนังและฝ้าโดยไม่ต้องขึ้นนั่งร้าน ต่อท่อดูดฝุ่นได้โดยตรง เหมาะกับงานก่อสร้างและงานตกแต่งภายใน
เครื่องดูดฝุ่นที่ต่อกับหัวขัด
ไม่ใช่เครื่องขัดโดยตรงแต่ขาดไม่ได้ ระบบดูดฝุ่นที่ดีทำให้แผ่นทรายไม่อุดตัน ลดอุณหภูมิชิ้นงาน ทำให้ใช้งานได้นานขึ้นหลายเท่า ผิวงานสะอาด และลดฝุ่นที่คนงานต้องสูดเข้าไป
เครื่องขัดใช้ในอุตสาหกรรมไหนบ้าง
แทบทุกอุตสาหกรรมการผลิตต้องผ่านขั้นตอนงานขัด
ต้องคุมแรงขัดให้แม่น ขัดแรงไปทะลุเจลโค้ท ขัดเบาไปผิวไม่เรียบพอสำหรับพ่นทับ ฝุ่นไฟเบอร์เป็นอันตรายต่อทางเดินหายใจ ระบบดูดฝุ่นจึงสำคัญไม่แพ้ตัวแผ่นขัด
ตั้งแต่งานตัวถังก่อนพ่นสี งานเก็บรอยเชื่อม ไปจนถึงขัดสีสำเร็จ โรงงาน Tier 1 ต้องการความสม่ำเสมอสูง เพราะผิวไม่เท่ากันจะเห็นชัดหลังพ่นสี
ทำงานในพื้นที่จำกัดและมีไอระเหยของสีกับทินเนอร์ มีผลโดยตรงกับการเลือกชนิดเครื่อง
ต้องการผิวเรียบเนียนก่อนทำสีหรือเคลือบ ปัญหาหลักคือฝุ่นไม้ที่ฟุ้งกระจายทั้งโรงงาน
ผิวสัมผัสน้ำเค็มตลอด การเตรียมผิวก่อนทาสีกันเพรียงต้องละเอียด ชิ้นงานใหญ่และโค้ง ต้องใช้เครื่องที่ทำงานต่อเนื่องได้นาน
มาตรฐานสูงที่สุดในบรรดาทั้งหมด ทุกขั้นตอนต้องบันทึกและตรวจสอบย้อนกลับได้
งานขัดขอบและเก็บผิวกระจก ต้องการหัวขัดที่ละเอียดเป็นพิเศษ
ขัดผนังปูนก่อนทาสี เก็บรอยต่อยิปซัม แต่ละงานใช้หัวขัดคนละแบบ
บางครั้งเครื่องขัด และงานขัดไร้ฝุ่นก็ยังมีอยู่ในงาน Maintenance ของโรงงานอีกด้วย
เครื่องขัดลมกับเครื่องขัดไฟฟ้า เลือกอย่างไร
Mirka มีให้คุณเลือกทั้ง 2 ระบบเครื่องขัด แล้วแบบไหนที่ใช่สำหรับคุณ ?
ข้อดีของเครื่องขัดลม
ข้อดีของเครื่องขัดไฟฟ้า
หากต้องใช้ในห้องพ่นสีหรือบริเวณที่มีไอตัวทำละลายเข้มข้น ให้ตรวจสอบข้อกำหนดด้านความปลอดภัยของโรงงานและเงื่อนไขประกันภัยก่อนเสมอ เพราะบางพื้นที่กำหนดให้ใช้เฉพาะอุปกรณ์ที่ผ่านการรับรองสำหรับพื้นที่นั้นโดยเฉพาะ ปรึกษาเราได้ เรายินดีตรวจสอบให้ตามรุ่นที่ใช้งานจริง
ค่าไฟต่างกันแค่ไหน ตัวเลขจริง
คำนวณจากเงื่อนไขการใช้งานจริงของโรงงานในไทย
ค่าไฟหน่วยละ 3.2 บาท ทำงานวันละ 6 ชั่วโมง มีช่วงเดินเบา 30 เปอร์เซ็นต์ คิดประสิทธิภาพมอเตอร์ที่ 90 เปอร์เซ็นต์ และทำงานปีละ 261 วัน ปั็มลม 1 ตัว Size 22 kW
โรงงานคุณมีปั้มลมกี่ตัว ?
| เครื่องขัดลม + ปั๊มลม 22 kW | Mirka DEROS II ไฟฟ้า 400 W | |
|---|---|---|
| กำลังไฟที่ใช้จริง | 22 kW | 0.4 kW |
| พลังงานต่อวัน | 145.2 kWh | 2.64 kWh |
| ค่าไฟต่อวัน | 517 บาท | 10 บาท |
| ค่าไฟต่อปี | 134,937 บาท | 2,610 บาท |
เลื่อนตารางไปทางขวาได้บนมือถือ
เครื่องขัดลมดูเหมือนไม่กินไฟเพราะไม่ได้เสียบปลั๊ก แต่ความจริงคือปั๊มลมกินไฟแทน และการอัดอากาศเป็นกระบวนการที่สูญเสียพลังงานสูงมาก พลังงานส่วนใหญ่กลายเป็นความร้อนทิ้งไป
หมายเหตุ ตัวเลขนี้เปรียบเทียบกรณีที่เปลี่ยนมาใช้ไฟฟ้าแล้วสามารถหยุดเดินปั๊มลมได้ หากโรงงานยังต้องเดินปั๊มลมเพื่องานอื่นอยู่ ส่วนต่างจริงจะน้อยกว่านี้ตามสัดส่วนการใช้งาน แจ้งจำนวนเครื่องและชั่วโมงใช้งานจริงมาได้ เราคำนวณให้ฟรีตามหน้างานของท่าน
Mirka Next Generation เครื่องขัดไฟฟ้ามอเตอร์ไร้แปรงถ่าน
รุ่นใหม่ทั้งไลน์ ไม่มีแปรงถ่านให้สึกสักตัวเดียว
Mirka ยกเครื่องไลน์เครื่องขัดไฟฟ้าใหม่ทั้งชุด เปลี่ยนมาใช้มอเตอร์ไร้แปรงถ่านหมด และเพิ่มกำลังขัดขึ้นจากรุ่นเดิม 20 เปอร์เซ็นต์ ทั้งหมดผลิตที่โรงงานในประเทศฟินแลนด์
DEROS II — หัวขัดไฟฟ้าแบบ Orbital
ตัวหลักของไลน์และเป็นรุ่นที่โรงงานเลือกใช้มากที่สุด มีทั้งจาน 150 มม. และ 175 มม. กำลังขัดเพิ่มขึ้น 20 เปอร์เซ็นต์จากรุ่นก่อน ใช้ได้ตั้งแต่งานเตรียมผิวโลหะ คอมโพสิต ไปจนถึงงานไม้
DEOS II — หัวขัดไฟฟ้าหน้าเหลี่ยม
หน้าจานเป็นเหลี่ยม เข้าซอกและมุมที่จานกลมเข้าไม่ถึง กำลังขัดเพิ่มขึ้น 20 เปอร์เซ็นต์เช่นกัน
DEROS RS 600 — หัวขัดไฟฟ้าแบบโรตารี่ 750 วัตต์
คนละแบบกับ DEROS II ตัวนี้เป็นโรตารี่ จานหมุนรอบเดียวไม่ส่าย แรงที่สุดในไลน์ สำหรับงานลอกเนื้อหนักและงานที่ต้องกินเนื้อเร็ว แรงขนาดนี้แต่ยังเบาและเสียงเงียบ
POLAROS RP 600 — หัวขัดเงา 750 วัตต์
ตัวนี้ไม่ใช่เครื่องขัดผิว แต่เป็นเครื่องขัดเงา จาน 150 มม. รอบต่ำแรงบิดสูง ใช้คู่กับฟองน้ำและน้ำยาขัดเงา สำหรับเก็บความเงาขั้นสุดท้ายหลังขัดละเอียดเสร็จแล้ว
DEXOS 1217 M AFC — เครื่องดูดฝุ่น 1,200 วัตต์
ถัง 17 ลิตรพกพาสะดวก ระบบเขย่าไส้กรองอัตโนมัติ ต่อพ่วงกับหัวขัดได้โดยตรง ทำให้แผ่นทรายไม่อุดตันและผิวงานสะอาด มีรุ่นกะทัดรัดให้เลือกด้วย
ทุกรุ่นในไลน์นี้ใช้มอเตอร์ไร้แปรงถ่าน จึงได้ทั้งค่าไฟที่ถูกกว่าเครื่องลมหลายสิบเท่า และไม่ต้องหยุดเครื่องมาเปลี่ยนแปรงถ่านตลอดอายุการใช้งาน
45,300฿
39,600฿
36,100฿
30,700฿
แล้วฝั่งเครื่องขัดลมของ Mirka มีรุ่นอะไร
Mirka ยังคงแข็งแกร่งในเครื่องขัดลม ที่แรงขัดดี ทนทาน และการสั่นสะเทือนที่ต่ำ แบบ Ultra smooth สำหรับงานโรงงานที่ต้องใช้ระบบลม เราขอแนะนำ Product 2 รุ่นฮิตให้เลือก
ทรงคลาสสิกที่ช่างไทยใช้กันมานาน จานขัด 125 มม. ระยะส่าย 5 มม. รอบ 12,000 ต่อนาที ตัวถังขึ้นรูปจากคอมโพสิตทั้งชิ้น จึงเบา ทนความชื้น และเสียงเบากว่าตัวถังโลหะ ถ่วงสมดุลมาเฉพาะกับขนาดแผ่นรองของมันเอง สั่นน้อย ทำงานทั้งวันแล้วมือไม่ล้า
ตัวนี้ Mirka ออกแบบตัวถังให้เหมือนรุ่นไฟฟ้า จับแล้วรู้สึกเหมือนกัน จานขัด 125 มม. ระยะส่าย 5 มม. จุดที่พัฒนาขึ้นชัดคือช่องดูดฝุ่นในตัวเครื่องกว้างกว่าเดิม ทำให้ดูดฝุ่นได้ดีแม้ต่อกับเครื่องดูดฝุ่นที่แรงดูดไม่สูงมาก
เลือกยังไง ถ้าช่างในโรงงานคุ้นกับทรงเดิมอยู่แล้วและไม่อยากให้เขาต้องปรับตัว เลือก ROS ถ้าอยากได้ทรงเดียวกับรุ่นไฟฟ้าเผื่อวันหน้าเปลี่ยนมาใช้ไฟฟ้าแล้วจับได้เลย หรืออยากได้ระบบดูดฝุ่นที่ดีกว่า เลือก PROS
ทั้งสองรุ่นเป็นเครื่องระดับอุตสาหกรรมที่ออกแบบมาให้ทำงานหนักได้ทั้งวัน ไม่ใช่เครื่องราคาถูกที่ใช้แล้วทิ้ง สนใจรุ่นไหนแจ้งมาได้ เราส่งสเปกและใบเสนอราคาให้
15,700฿
15,700฿
เกร็ดน่ารู้สำหรับสินค้าเครื่องขัด
NV, CV, SGV สามตัวนี้คือเรื่องระบบดูดฝุ่น ไม่ใช่รุ่นย่อย
ชื่อรุ่นของ Mirka เช่น ROS 550NV หรือ DEROS 650CV อ่านได้เป็นสองส่วน ตัวเลขบอกขนาดจานกับระยะส่าย ตัวอักษรท้ายบอกเรื่องระบบดูดฝุ่น อ่านเป็นแล้วสั่งของไม่ผิดอีกเลย
ส่วนที่ 1 ตัวเลข บอกขนาดจานกับระยะส่าย
หลักแรกคือขนาดจาน เลข 5 คือจาน 125 มม. เลข 6 คือ 150 มม. เลข 7 คือ 175 มม. สองหลักหลังคือระยะส่าย เอาไปหารสิบ เช่น 50 คือส่าย 5.0 มม. 80 คือส่าย 8.0 มม. และ 25 คือส่าย 2.5 มม.
| ชื่อรุ่น | ขนาดจาน | ระยะส่าย | เหมาะกับ |
|---|---|---|---|
| 550 | 125 มม. | 5.0 มม. | ขนาดมาตรฐาน ใช้ได้เกือบทุกงาน |
| 650 | 150 มม. | 5.0 มม. | จานใหญ่ขึ้น เก็บพื้นที่กว้างได้เร็วกว่า |
| 680 | 150 มม. | 8.0 มม. | ส่ายกว้าง กินเนื้อเร็ว งานลอกหนัก |
| 625 | 150 มม. | 2.5 มม. | ส่ายแคบ ผิวละเอียด งานเก็บงานเงา |
| 750 | 175 มม. | 5.0 มม. | จานใหญ่สุด ชิ้นงานขนาดใหญ่ |
เลื่อนตารางไปทางขวาได้บนมือถือ
จำง่ายๆ ระยะส่ายกว้างเท่าไหร่ยิ่งกินเนื้อเร็ว แต่ผิวจะหยาบกว่า ส่ายแคบกินเนื้อช้าแต่ผิวละเอียดกว่า รุ่นหน้าจานเหลี่ยมจะใช้เลขคนละแบบ เพราะบอกขนาดกว้างยาวแทน เช่น 383 คือจาน 70 x 198 มม.
ส่วนที่ 2 ตัวอักษรท้าย บอกเรื่องดูดฝุ่น
| รหัส | ย่อมาจาก | แปลว่า | เหมาะกับ |
|---|---|---|---|
| NV | Non Vacuum | ไม่ดูดฝุ่น ฝุ่นฟุ้งออกมาเลย | งานที่ฝุ่นน้อย งานเปียก หรือมีระบบดูดฝุ่นของโรงงานอยู่แล้ว |
| CV | Central Vacuum | ดูดฝุ่นได้เมื่อต่อกับเครื่องดูดฝุ่นแยก | โรงงานที่มีเครื่องดูดฝุ่นอยู่แล้ว หรือซื้อ DEXOS มาคู่กัน |
| SGV | Self Generated Vacuum | ดูดฝุ่นด้วยตัวเอง ต่อเข้าถุงเก็บฝุ่นที่ห้อยกับเครื่อง | งานที่ต้องเดินไปเรื่อยๆ ไม่อยากลากสายเครื่องดูดฝุ่นตาม |
เลื่อนตารางไปทางขวาได้บนมือถือ
รุ่น SGV ที่มีถุงห้อยอยู่ด้านหลัง ช่างไทยเรียกกันติดปากว่าเครื่องกระสือ เพราะเวลายกขึ้นมาถุงจะห้อยตามหลังมาเหมือนกัน ถ้าลูกค้าโทรมาสั่งเครื่องกระสือ ก็หมายถึงรุ่น SGV นี่แหละครับ
หมายเหตุ รุ่น NV บางตัวสามารถแปลงเป็นแบบดูดฝุ่นได้ภายหลังด้วยอะแดปเตอร์ ไม่แน่ใจว่ารุ่นที่ใช้อยู่แปลงได้ไหม ส่งรูปเครื่องมาถามเราได้
เสียแล้วไม่ต้องทิ้ง ส่งกลับมาซ่อมกับเราได้
นี่คือจุดที่ต่างจากเครื่องราคาถูกชัดเจนที่สุด
เราพูดตรงๆ โดยไม่อวยว่า โรงงานไทยจำนวนมากยังใช้เครื่องขัดลมอยู่ และนั่นไม่ใช่เรื่องผิด เครื่องลมมีข้อดีที่ไฟฟ้าแทนไม่ได้จริงๆ แต่สิ่งที่ต่างกันมากคือความทนทานเมื่อเทียบกับเครื่องราคาถูก เครื่องถูกใช้ไปไม่กี่เดือนก็พัง พังแล้วซ่อมไม่คุ้ม สุดท้ายกลายเป็นซื้อใหม่ทุกปี ต้นทุนรวมทั้งปีจึงสูงกว่าที่คิดไว้ตอนซื้อ
ไม่ต้องทิ้ง ไม่ต้องหาช่างเอง ส่งกลับมาที่เราได้เลย เรามีอะไหล่แท้และรู้จักเครื่องทุกรุ่นที่เราขาย
อยู่ในระยะประกัน เราซ่อมให้โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย
คิดเฉพาะค่าอะไหล่ ไม่คิดค่าแรง เครื่องหนึ่งตัวจึงอยู่กับโรงงานได้ยาวกว่าที่คิดมาก
เครื่องที่ส่งกลับมาหาเราส่วนใหญ่ไม่ได้พังเพราะของไม่ดี แต่พังเพราะใช้งานหนักมานานและไม่ได้ดูแลระหว่างทาง ซึ่งเป็นเรื่องปกติของหน้างานจริงที่ไม่มีใครมานั่งดูแลเครื่องทุกวัน ประเด็นคือของแบบนี้ซ่อมได้ ไม่ต้องทิ้ง
ลองคิดเป็นต้นทุนทั้งอายุการใช้งานดู เครื่องถูกที่ต้องซื้อใหม่ทุกปี กับเครื่องที่ซ่อมได้เรื่อยๆ และจ่ายแค่ค่าอะไหล่ สามปีผ่านไปตัวไหนถูกกว่ากันจริง
สรุป ควรเลือกแบบไหน
เทียบจากสถานการณ์จริงของโรงงาน
| สถานการณ์ของโรงงาน | แนะนำ | เหตุผล |
|---|---|---|
| ต้องเดินเครื่องต่อเนื่องทั้งกะ | ลม | ไม่ร้อน ไม่ตัดการทำงาน |
| งานขัดเปียก | ลม | ไม่มีความเสี่ยงเรื่องไฟฟ้า |
| มีระบบลมพร้อมแล้ว งบจำกัด | ลม | ไม่ต้องลงทุนเพิ่ม |
| ช่างยกเครื่องทำงานทั้งวัน | ลม | ตัวเครื่องเบากว่า |
| ยังไม่มีระบบลมในโรงงาน | ไฟฟ้า | ไม่ต้องลงทุนปั๊มลมทั้งระบบ |
| อยากลดค่าไฟจริงจัง | ไฟฟ้า | ต่างกันเป็นแสนต่อปี |
| ต้องการผิวงานสม่ำเสมอทุกชิ้น | ไฟฟ้า | รอบคงที่ ไม่ตกตามแรงดันลม |
| มีปัญหาเสียงดังในโรงงาน | ไฟฟ้า | เสียงเบากว่าชัดเจน |
| ออกหน้างานนอกสถานที่ | ไฟฟ้าหรือแบตเตอรี่ | ไม่ต้องลากปั๊มลมไปด้วย |
เลื่อนตารางไปทางขวาได้บนมือถือ
เครื่องขัดลมไม่ได้แย่ และเรายังขายอยู่ ถ้าโจทย์คืองานเปียก หรือต้องเดินยาวทั้งกะไม่มีหยุด หรือโรงงานมีระบบลมพร้อมแล้ว ลมยังตอบโจทย์ได้ดีและคุ้มค่า
แต่ถ้าโจทย์คือลดต้นทุน คำตอบมีทางเดียวคือไฟฟ้า ค่าไฟต่างกันปีละเป็นแสนต่อเครื่อง และถ้าเลือกรุ่นมอเตอร์ไร้แปรงถ่าน จะได้เพิ่มอีกสองอย่างคือไม่ต้องหยุดเครื่องมาเปลี่ยนแปรงถ่าน และกำลังไม่ตกตามแรงดันลม งานจึงออกมาเหมือนกันทุกชิ้น
วิธีเริ่มที่เราแนะนำลูกค้าเสมอคืออย่าเพิ่งเปลี่ยนทั้งโรงงาน เลือกจุดที่ใช้งานหนักที่สุดมาสองถึงสามตัวก่อน พอเห็นบิลค่าไฟเดือนถัดไปแล้วค่อยตัดสินใจขยาย
คำถามที่พบบ่อย
รวบรวมจากคำถามที่ลูกค้าถามหน้างานจริง
เครื่องขัดไฟฟ้าแรงสู้เครื่องลมได้จริงไหม
เครื่องรุ่นใหม่ที่ใช้มอเตอร์ไร้แปรงถ่านให้แรงบิดสม่ำเสมอและไม่ตกตามแรงดันลม ในทางกลับกันเครื่องลมจะอ่อนแรงทันทีที่มีคนเปิดใช้ลมจุดอื่นพร้อมกัน เรียกได้ว่าทั้งแรง และสม่ำเสมอ
เครื่องขัดลมต้องหยอดน้ำมันจริงเหรอ ไม่เห็นมีใครหยอด
ตามคู่มือคือต้องหยอด 2 หยดทุกเช้าก่อนเริ่มงาน แต่เอาเข้าจริงแทบไม่มีใครหยอดกันหรอกครับ เรารู้ดี ที่อยากให้รู้คือมันส่งผลจริง เครื่องที่ไม่เคยได้น้ำมันเลยจะสึกเร็วกว่าที่ควรและแรงตกลงเรื่อยๆ ซึ่งพอถึงจุดนั้นคนมักไปสรุปว่าเครื่องไม่ดี ทั้งที่จริงคือขาดการดูแล
ถ้ารู้ว่าไม่มีใครหยอดแน่ๆ ทำยังไงดี
อย่าฝากไว้กับความจำของคน ให้ติดชุด FRL ที่ระบบลมของโรงงานไปเลย มันจะจ่ายน้ำมันให้เองอัตโนมัติ ติดครั้งเดียวจบ ไม่ต้องสั่งใครทำทุกเช้า ถ้ายังไม่พร้อมลงทุนตรงนั้น อีกทางคือเปลี่ยนเป็นเครื่องไฟฟ้าซึ่งไม่ต้องหยอดตั้งแต่แรก ปรึกษาเราได้ว่าโรงงานแบบไหนควรไปทางไหน
Mirka มีเครื่องขัดลมด้วยไหม ราคาเท่าไหร่
มีครับ มีสองไลน์คือ ROS ทรงเดิม กับ PROS ทรงเดียวกับรุ่นไฟฟ้า ราคาดูได้ที่หน้าสินค้าในเว็บซึ่งอัปเดตตลอด แต่ถ้าสั่งเป็นจำนวนหรือซื้อเป็นชุดพร้อมแผ่นทรายและเครื่องดูดฝุ่น ราคาจะต่างจากที่แสดงหน้าเว็บ แจ้งจำนวนและรุ่นที่ต้องการมา เราทำใบเสนอราคาให้
หัวขัดยี่ห้ออื่นใช้กับเครื่องเราได้ไหม
ขึ้นกับขนาดและตำแหน่งรูดูดฝุ่น ถ้ารูไม่ตรงกัน ระบบดูดฝุ่นจะทำงานไม่เต็มที่ ฝุ่นจะย้อนกลับมาที่ผิวงานและทำให้เกิดตำหนิ ส่งรูปแผ่นรองขัดที่ใช้อยู่มาให้เราตรวจสอบก่อนได้
เปลี่ยนจากลมเป็นไฟฟ้า คืนทุนกี่ปี
ขึ้นกับชั่วโมงการใช้งานและจำนวนเครื่อง ถ้าใช้งานหนักทั้งกะ ส่วนต่างค่าไฟที่ประหยัดได้มักครอบคลุมค่าเครื่องภายในสามเดือนแรก แจ้งจำนวนเครื่องและชั่วโมงใช้งานมา เราคำนวณให้ฟรี
แผ่นขัดตาข่ายแพงกว่า คุ้มไหม
ราคาต่อแผ่นสูงกว่าจริง แต่ต้องดูที่ต้นทุนต่อชิ้นงาน แผ่นตาข่ายไม่อุดตันจึงใช้ได้นานกว่าหลายเท่าและลดเวลาเปลี่ยนแผ่น ซึ่งค่าแรงช่างมักแพงกว่าส่วนต่างค่าแผ่นขัด
“เลือกเครื่องได้แล้ว แต่ยังไม่แน่ใจเรื่องเบอร์ทราย อ่านต่อ ที่นี่“
ให้เราช่วยเลือกหัวขัดที่ใช่สำหรับงานของคุณ
MK Industrial Supply เป็นตัวแทนจำหน่าย Mirka อย่างเป็นทางการในประเทศไทยมากว่า 30 ปี ดูแลตั้งแต่โรงงานผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ อู่ซ่อมสี โรงงานเฟอร์นิเจอร์ ไปจนถึงงานอากาศยาน เรามีบริการทดสอบหน้างานฟรี ส่งตัวอย่างแผ่นขัดและเครื่องไปให้ทดลองกับชิ้นงานจริงของท่าน เปรียบเทียบผลกับของเดิมที่ใช้อยู่ ก่อนตัดสินใจซื้อ
โทร 02-386-6160 | LINE @mkis | sales@mksanding.com